+ โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก ( Edinburg King Academy)
Edinberg (เอดินเบิร์ก) ประเทศเอดินเบิร์กเป็นรัฐอิสระที่ไม่ขึ้นอยู่ในการปกครองของแคว้นใด เป็นเมืองที่เล็กที่สุดที่มีพรมแดนทางบกเชื่อมกับอาณาจักรเดมอส และเป็นรัฐอิสระรัฐเดียวที่ได้รับการอารักขาคุ้มครองเป็นพิเศษจาก ไฮคิง กษัตริย์แห่งกษัตริย์ อัศวินแห่งปราชญ์ ผู้ได้รับการนับถือว่าป็นผู้นำในการต่อต้านการรุกรานจากจอมปีศาจเอวิเดสแห่งเดมอส รัฐเอดินเบิร์กอยู่ภายใต้การดูแลของมหาปราชญ์เลโมธีผู้ได้รับการนับถือจากทุกคน เชื่อกันว่าเขาเป็นเพียงคนเดียวที่มีอำนาจทางเวทมนต์เสมอเอวิเดส และเป็นเหตุให้เอดินเบิร์กเป็นรัฐเดียวที่ได้รับการรุกรานจากเอวิเดสน้อยที่สุด จนมีตำนานเชื่อกันว่าเวทมนต์ของเอวิเดสจะเสื่อมภายใต้แสงสว่างแห่งเอดินเบิร์ก
โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก เป็นโรงเรียนพิเศษที่มีชื่อเสียงในด้านการฝึกฝนอบรมพระราชาในอนาคต แต่ละปีจะมี ลูกเจ้าหลานเธอ ลูกขุนนาง นักปราชญ์ นักรบ ประชาชนชาวบ้าน พากันมาสมัครมากมาย ผู้ที่เข้าเรียนที่นี่ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระราชาทุกคน แต่ด้วยคุณภาพของการเรียนการสอน หากสอบเข้าที่นี่ได้ก็เหมือนเปิดทางไปสู่ความสำเร็จในอนาคต
ผู้ที่สามารถสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์กได จะต้องมีอายุ 15 ขึ้นไป แต่ในระหว่างเรียน บางครั้งนักเรียนคนนั้นอาจติดภารกิจในประเทศของตนเอง ไม่สามารถมาเรียนได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นไปได้ที่ในชั้นปีสูงๆขึ้นไป นักเรียนในชั้นเดียวกันอาจจะมีอายุไม่เท่ากัน

+ หอพักทั้งสี่ โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก แบ่งหอพักนักเรียนออกเป็น 4 หอ ตามผลการสอบคัดเลือกเข้าเรียน ได้แก่ ปราสาทขุนนาง - ธงสีน้ำเงินลายมงกุฎ มีสัตว์พาหนะของผู้ถือธงเป็นกริฟฟินสีทอง ป้อมอัศวิน - ธงสีแดงลายดาบ ผู้ถือธงนั่งอยู่บนหลังมังกรเพลิง แผ่นดินประชาชน - ธงสีดำลายแหวนผู้นั่งอยู่บนหลังฟีนิกซ์ ปราการปราชญ์ - ธงสีขาวลายคทา ผู้ถือธงอยู่บนหลังสฟิงซ์สัญลักษณ์ของความรอบรู้
+ คณะปกครองแห่งเอดินเบิร์ก เอดินเบิร์กเป็นประเทศเล็กมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ไม่มีกษัตริย์เป็นของตัวเอง ไม่มีคณะปกครองของตนเอง ไม่มีเเม้เเต่กองกำลังทหารของตัวเอง เรียกอีกนัยหนึ่งคือเป็นประเทศจำลองของโรงเรียนพระราชา ชื่อประเทศจึงมีชื่อเดียวกับโรงเรียนพระราชา และแบ่งการปกครองออกจากหอพักทั้งสี่ดังนี้
ปราสาทขุนนาง - งานคลังกับการต่างประเทศ แผ่นดินประชาชน - ดูเเลทุกข์สุขประชา ปราการปราชญ์ - ระเบียบกฎหมาย ป้อมอัศวิน - กองกำลังทหารทั้งหมด
ส่วน มหาปราชญ์เลโมธีกับคณาจารย์คือที่ปรึกษา การตัดสินใจบริหารทั้งหมด ทำโดยผ่านมติสภาสูง เพียงเเต่หากความเห็นขัดเเย้งกัน เล้วหาข้อยุติไม่ได้ มหาปราชญ์เลโมธีจะเป็นผู้ลงมติ

+ สถานที่ต่างๆในโรงเรียนพระราชา
ลานหน้าปราสาท ประตูใหญ่ของกำแพงแห่งโรงเรียนเอดินเบิร์กเปิดกว้างในเช้าวันนี้ อาทิตย์ส่องแสงจ้าแจ่มใส เสียงนกเริ่มร่ำร้อง สนามหญ้าที่เขียวขจีหน้าโรงเรียนยังต้องด้วยหยาดน้ำค้าง ทั้งรถทั้งคนยังเต็มไปทั้งถนนด้านหน้า แม้ว่าจะด้อยจำนวนกว่าวันก่อนหลายเท่าตัว ธงสีม่วง มีลายมงกุฎ ดาบ คทา แหวนสีทองอยู่ตรงกลาง อันเป็นธงประจำโรงเรียนพระราชากำลังปลิวไสวเรียงรายบนกำแพงใหญ่ และอีกทั้งสองข้างประตูกว้าง
ยอดปราสาทเอดินเบิร์ก เป็นสถานที่เก็บรักษาสมบัติวิเศษทั้งสี่ อันได้แก่ มงกุฎแห่งใจ คทาแห่งนักรบ แหวนแห่งปราชญ์ และดาบแห่งกษัตริย์
คุกใต้ดิน เป็นสถานที่สำหรับกักขังสัตว์ร้ายหรือผู้ที่กระทำความผิดขั้นลหุโทษ จิ้งจอกเก้าหางก็ถูกจองจำไว้อยู่ที่นี่ คุกใต้ดินจะมีตัวแทนจากป้อมต่างๆผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าอยู่ตลอดเวลา
ห้องอาหารดรากอน โรงอาหารประจำป้อมอัศวิน เดาจากที่เฟรินประกาศโวยวายหลายครั้งหลายหน คาดว่าอาหารที่นี่คงไม่ได้โอชารสอย่างไรนัก (แต่เฟรินก็กินสามชามทุกที)
เพลงโรงเรียนพระราชา
เพื่อแผ่นดินจะขอห้าวหาญ
มุ่งสืบสานปณิธานแห่งความหวัง
โบกธงทองลั่นกลองรบก้องดัง
แสดงพลังนักรบราชา
เพื่อแผ่นดินจะขอองอาจ
มุ่งพิฆาตไพรีที่โหมบ่า
ขอปกปักผืนแผ่นดินถิ่นมารดา
เชิดชูค้าผู้รับใช้ธานี
เพื่อแผ่นดินข้าจะขอเปรื่องปราด
ให้ความโอภาสอยู่คู่แดนบุรี
ทั้งกายใจเลือดเนื้อยอมพลี
ประกาศศักดิ์ศรีจอมปราชญ์ราชันย์
เพื่อแผ่นดินข้าจะขอสละ
อุตสาหะด้วยแรงแห่งใจมั่น
หวังให้สุขสถิตอยู่ทั่วกัลป์
เหลือนามนิรันดร์ในหัวใจปวงชน
*******************************************************************************
เห็นเพลงนี้ฮาดีเอามาให้อ่านกัน
ขอขอบคุณ
: ดารุมะคุง - < My.iD > ..... เพลง จูบเย้ยคิล .....
นักร้อง- คาโล วาเนบลี เดอะ ปริ้นซ์ ออฟ คาโนวาล และ เฟลิโอน่า เกรเดเวล เดอะ ปริ้นเซส ออฟ บารามอส แอน เดมอส
เนื้อร้อง- ท่านย่าของ Fishing Cat และFishing Cat ได้นำมาดัดแปลงให้เหมาะสม
ทำนอง- จูบเย้ยจันทร์
พิมพ์และไม่วางแผง- Crucify
ตัวประกอบฉาก- คิล ฟิลมัส เดอะ คิลเล่อร์ ออฟ ซาเรส กับ ดวงตาสิบคู่ของเพื่อนป้อมอัศวิน
ที่ห้องหัวหน้าป้อมอัศวินปีเจ็ด คนประจำห้องก็คนเดิมทั้งสาม เวลาใกล้นอน
คาโลเดินมานั่งเตียงกลางที่นอนของเจ้าตัวป่วนประจำห้อง แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เฟลิโอน่า เธอพลักเขาโครมใหญ่
(คาโล) โอ้เฟลิโอน่าจะเหนียมอายไปทำไม หันมาใกล้ๆซิจะอายไปไหนกัน
(เฟลิโอน่า) อุ๊ยไม่เอา อุ๊ยไม่เอาฉันรู้ทัน ฉันอายคิลมัน ดูซิมันกำลังมอง
(คาโล:ชักแม่น้ำทั้งห้า) ถึงคิลมันมองก็ไม่เห็นเป็นอะไร มันคงเป็นใจเพราะอยากให้เราสมปอง
(เฟลิโอน่า:หน้าแดง) นึกนึกเอาแต่ใจตามลำพอง แน่ะ...มันมองทำยั่วยิ้มอย่างกวนใจ
<ฮั่นแน่! อยากให้คาโล... ละซิ>
(คาโล:ชี้หน้าคิลให้หันไปทางอื่น ซึ่งคิลทำตาม) คิลไม่มองแล้วคิลไม่มอง
(เฟลิโอน่า:ตวาดแว้ด) คิลไม่มองกูก็ไม่ให้
(คาโล:ทำหน้าละห้อย ทุกทีก็ให้นิน่า) คิลไม่มองนายอายอะไร
(เฟลิโอน่า) อายแก่ใจเห็นเพื่อนยังจ้อง (ชี้ไปทางประตูห้องที่มีดวงตานับสิบคู่มองผ่านรอยแยก)
(คาโล:เรียกคทาพิพากษาออกมาแล้วร่ายเวท) แน่ะน้ำแข็งทับ ดับแล้วดวงชะตา หอมหน่อยเฟลิโอน่า อย่ากลัวเพื่อนเหลียวมอง
(เฟลิโอน่า:มองดูรอบๆจนคิดว่าปลอดคนและสายตาก่อนจำใจพยักหน้าอนุญาตพยักหน้าอนุญาตให้รังแกเธอได้) เฮ้ย...ไอ้... ดูซิช้ำไปเป็นกอง
(คาโล:รีบถอย) โธ่อย่าร้องซิ มันจะเหลียวมองดูเรา
ขอขอบคุณดารุมะคุงเป็นอย่างสูงที่เอื้อเฟื้อเนื้อร้องดีๆเสริมสร้างความฮาให้เราได้อ่านกัน
|