~อนึ่ง..บทความในหน้าไอดีนี้เป็นเพียงความคิดของผู้เขียนในแวบแรกที่เห็นภาพ มีลักษณะเป็นเพียง Fiction ที่แต่งขึ้นเพราะชื่นชอบเรื่องการเดินทางของคิโนะเท่านั้น นอกเหนือจากอุปนิสัยของตัวละครหลักทั้งสองคนแล้ว เนื้อเรื่องมิได้สปอยล์มาจากตอนใดในเรื่อง การเดินทางของคิโนะทั้งสิ้น~
ขอให้อ่านอย่างสนุกนะคะ
-The World isn't beautiful ,therefore it is-

ในโลกนี้ช่างปรวนแปรสับสน
ความหลากหลายในโลกใบเล็กๆที่แสนบิดเบี้ยว
ซีกโลกข้างหนึ่งเต็มไปด้วยหิมะ
ซีกโลกข้างหนึ่งแผ่คลุมด้วยทะเลทราย
ซีกหนึ่งมีเพียงมหาสมุทร และซีกหนึ่งคือป่าชอุ่มเขียวขจี
เมืองแต่ละเมืองเองก็ขัดแย้งกัน
มีทั้งเมืองที่ไร้กำแพง เมืองที่ต้องมีกำแพง
เมืองที่เกลียดกลัวสงคราม เมืองที่คลั่งไคล้สงคราม
ความคิด สัจธรรม การคงอยู่นั้นต่างกัน
ความคิดดีๆของคนหนึ่ง อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีของอีกคนหนึ่ง
เมื่อความคิดแตกต่าง แต่ละฝ่ายจึงยิ่งยึดมั่นในความคิดของตน
ยกหลักฐานอ้างมากมาย ซึ่งบางครั้งก็ไร้หลักลอย
ถกเถียงกันอย่างไร้เหตุผลเพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับความคิดของตน
จนกระทั่ง ความดีเลิศและเลวทรามนั้น
กลับกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงในตัวมันเอง
หลอมรวมเป็นความสับสนอีกอย่างบนโลกที่ไม่เป็นหนึ่งเดียวนี้
อา..
แต่เพราะเช่นนั้นเอง
โลกซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกขัดแย้งนี้
จึงทั้งน่าสนุกและแสนงดงาม
-นครหลังกำแพง-
-Don't go out-
.......
...
เสียงครางฮือของมอเตอร์ราดดังยาวประสานกับเสียงประตูบานยักษ์บนกำแพงสูงตระหง่านที่กำลังค่อยๆเปิดออกสู่นอกเมือง
แล้วกลับมาเยี่ยมเราอีกนะครับคุณนักเดินทาง
ผู้เฝ้าประตูหนุ่มไฟแรงเอ่ยพลางยิ้มแฉ่ง
อา..ถ้ามีโอกาสจะแวะมาอีกนะฮะ
นักเดินทางเอ่ยตอบพลางยิ้มแห้งๆ
ก่อนจะบิดมอเตอร์ราดที่โครงด้านหลังเต็มไปด้วยสัมภาระเดินทาง
และขับมอเตอร์ราดออกจากเมืองไป

นักเดินทางคนนั้นมีรูปร่างผอมเพรียว ใบหน้าอ่อนเยาว์ มีดวงตากลมโตสีดำและเรือนผมสั้นสีเดียวกัน เสื้อชั้นในสุดที่สวมคือเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ทับไว้ด้วยแจ๊คเกตสีดำและคลุมทับอีกทีด้วยโค้ทยาวสีน้ำตาล ระหว่างที่ขณะนี้เด็กหนุ่มสวมแว่นกันลมและสวมหมวกเดินทางแบบที่ใช้ปิดหูกันความหนาวได้
นี่ คิโนะ
เสียงคล้ายเด็กชายดังขึ้น
หืม?
อีกเสียงที่สูงกว่าเอ่ยเชิงรับรู้ ก่อนเสียงแรกจะดังขึ้นอีกครั้ง
ถ้ามีโอกาส จะกลับมาเมืองนี้อีกไหม
ทำไมถามอย่างนั้นล่ะเอ่ยเสียงสูง ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ
ก็เห็นคิโนะบอกถ้ามีโอกาส....
ก็หมายถึงถ้ามีโอกาสไง... แต่คงไม่มีหรอกถ้าเราเดินทางไปเรื่อยๆโดยไม่วกกลับน่ะ
อีกอย่าง เมืองนั้นน่าเบื่อจะตาย
ก็จริง ล้าหลังจนน่าตกใจ แต่อยู่ในกำแพงสูงแบบนั้นก็น่าอยู่หรอก....อย่างกับกรงเลย
แต่พวกคนในเมืองนั่นไม่เคยออกจากกรง...สำหรับพวกเขาแล้ว คงจะเป็นโลกทั้งใบล่ะมั้ง
"อืม..."
............เงียบกันไปพักใหญ่
ว่าแต่.... ตกลงปกติมอเตอร์ราดพูดไม่ได้เหรอ?
...........เสียมารยาท! ทำไมคนเมืองนั้นต้องตื่นตะลึงกับแค่เห็นมอเตอร์ราดพูดได้ด้วยนะ!!
มันเรื่องปกติต่างหากเล่า
เฮ้ เฮ้ ใจเย็น เฮอร์เมส อย่าอาละวาดเซ่ ฉันยังไม่อยากตกมอเตอร์ราดนะ
เอ่ยเสียงราบเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ แต่มอเตอร์ราดคู่หูก็รู้อยู่ดีว่ากำลังนึกสนุก
เมื่อมอเตอร์ราดเคลื่อนกายไปเรื่อยๆ..ซักพักหนึ่ง ก็ถูกบังคับให้หยุดลง
มีทางแยก
เอ่ยจบ ดวงตาสีดำมองทางสองสายที่แบ่งออก
มองทางหนึ่งซ้ายซึ่งทอดยาวเลียบทะเล และทางขวาที่ทอดยาวสู่ป่าพง
ซ้าย หรือขวาดีล่ะ เฮอร์เมส
จะทางไหนก็เหมือนกันแหละ แต่ถ้าให้เลือก ก็ขวา
...งั้นไปซ้ายละกัน
อะ..อ้าว..ไหงงั้นล่ะคิโนะ!!
เอาน่า.....ความขัดแย้งเป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งของโลกนี้นะ
แล้วนักเดินทางร่างเล็กกับมอเตอร์ราดคู่ใจก็ออกเดินทางไปสู่เมืองต่อไป..
...........
......
ความขัดแย้ง ความหลากหลายในโลก
ถ้าไม่มี มันก็เป็นโลกที่น่าเบื่อแย่สิ?
:
ชมพู 
- -
<
เลื่อน says