ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม ครับ / สมาชิกสามารถ Login ได้ที่นี่ ( Login ชื่ออื่น | Logout )   
แนะนำ Diary ของตัวเอง
  พฤศจิกายน 2557  
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1
2345678
9101112131415
16171819202122
23
242526272829
30

เปิดปฏิทินเดือนอื่น
Go!

Diary bigg
  • บันทึกเป็น Favorite Diary
  • ดู My.iD ของคนอื่นๆ
  • ดู Gallery ของคนอื่นๆ
  • ดู Diary ของคนอื่นๆ

  • บันทึก Diary ห้าวันล่าสุด
    2 ก.พ. 52 [21014/0]
  • โครงการพัฒนาตนเอง
    ส่งครูปิยะฉัตร..ผู้เป็นที่รัก มันยากเย็นทรมานมากๆๆๆ กว่าจะออกมาเป็นรูปเล่มโครงการ มันเหนื่อย !มันเซ็ง มันไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่มันก็คุ้ม!รัก รัก รักครู ปิยะฉัตร
  • 3 ม.ค. 52 [212/1]
  • หยุดเรียนแล้วได้ไร
    การบ้านเพียบ
  • 18 ธ.ค. 51 [220/1]
  • ภูกระดึง
    ภูกระดึง พึงกะดูกูไม่ไปแล้ว ล้อเล่น สวย ธรรมชาติ ใบเมเปิ้ล โอ้!ฉันรักภูกระดึง
  • 18 พ.ย. 51 [222/0]
  • Stand by Please bye
    I hate my stand
  • 9 พ.ย. 51 [700/0]
  • สงครามเวียดนาม
    จริงเหรอ

  • Favorite Diary
    -

    View : 21014 Post : 0

    2 กุมภาพันธ์ 2552
    ชื่อตอน : โครงการพัฒนาตนเอง
    เกริ่นเรื่อง : ส่งครูปิยะฉัตร..ผู้เป็นที่รัก มันยากเย็นทรมานมากๆๆๆ กว่าจะออกมาเป็นรูปเล่มโครงการ มันเหนื่อย !มันเซ็ง มันไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่มันก็คุ้ม!รัก รัก รักครู ปิยะฉัตร


    โครงงาน พัฒนาตนเอง

    เรื่อง การพัฒนาวิชาภาษาอังกฤษ

    รายวิชา ส33101 สังคมศึกษา 3  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

    ปีการศึกษา 2552

     

     

     

    ผู้จัดทำ

    นางสาวเสาวณีย์  ทองใส ชั้น ม.3/1 เลขที่ 51

     

     

     

    โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการการเรียนรู้

    เสนอ ครูที่ปรึกษา  นางปิยะฉัตร  ขาวแก้ว

    โรงเรียนสตรีราชินูทิศ

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี  เขต 1 

    อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี

     

    บทคัดย่อ

                โครงการพัฒนาวิชาภาษาอังกฤษนี้ มีวัตถุประสงค์  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ดีขึ้น เช่น  การแต่งกาย  ทรงผม กิริยามารยาท ฯลฯเพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเรียนวิชานี้ได้อย่างง่ายและเข้าใจยิ่งขึ้นและมีความสุขในการเรียนวิชานี้ เพื่อนำความรู้วิชาที่พัฒนานี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    โครงการนี้ได้มีการสำรวจปัญหาของข้าพเจ้าที่เกี่ยวกับการเรียน ศักยภาพในด้านต่างๆ ที่ควรแก้ไข เมื่อได้ปัญหามาแล้วก็ได้มีจัดลำดับความสำคัญเพื่อหาปัญหาที่สำคัญที่สุด และจัดทำโครงการเสนอผ่านทางครูผู้สอน วิชา ส 33101 พร้อมกับวางแนวทางการแก้ไขปัญหาของตนเอง  

                    จากการจัดทำโครงการนี้  ผลของโครงการนี้ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สามารถแบ่งเวลาในการทำสิ่งต่างๆได้  มีจิตสำนึกที่ดี ปลูกฝังลักษณะความเป็นไทยที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ในการดำเนินชีวิตประจำวัน  มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่งกายถูกระเบียบของสถานศึกษา มีความสุขในการศึกษาวิชานี้ และสามารถนำวิชาความรู้ที่ได้ไปพัฒนาใช้กับชีวิตประจำวันและพัฒนาประเทศได้ในภายภาคหน้า

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    กิตติกรรมประกาศ

     

    โครงการพัฒนาตนเองวิชาภาษาอังกฤษนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม   ซึ่งผู้จัดทำได้ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองทางด้านวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งมีผลให้ผู้จัดทำมีผลการเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น ทำให้ผู้จัดทำมีความสุขในการเรียนวิชานี้ และทำให้ผู้เรียนเข้าใจในบทเรียนได้ง่ายขึ้น  ผู้จัดทำได้รับ คำแนะนำช่วยเหลือดูแลตลอดการทำโครงการพัฒนาตนเองวิชาคณิตศาสตร์เป็นอย่างดีจากคุณครูปิยะฉัตร ขาวแก้ว ซึ่งเป็นครูประจำวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อนๆร่วมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 และโรงเรียนสตรีราชินูทิศ อุดรธานี รวมทั้ง การให้กำลังใจส่งเสริมการทำโครงงานจากครอบครัวของผู้จัดทำ  จึงขอกราบขอบพระคุณท่าน  มา ณ  ที่นี้ด้วย

     

    นางสาวเสาวณีย์ ทองใส

       ผู้จัดทำ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    บทที่ 1

    บทนำ

    1.ที่มาและความสำคัญของปัญหา

                โครงงานเรื่อง  การพัฒนาศักยภาพชีวิต ซึ่งทางโรงเรียนสตรีราชินูทิศตั้งนโยบายเกี่ยวกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ซึ่งทางโรงเรียนหวังว่า นักเรียนโรงเรียนสตรีราชินุทิศ มัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย จะมีผลการเรียนเฉลี่ย เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5 ซึ่งจะเพิ่มคุณภาพของผู้เรียนและสถานบันศึกษาควบคู่กันไป ด้านคุณลักษณะของทางโรงเรียนสตรีราชินุทิศ มีเป้าหมายเพื่อสร้างคุณภาพของผู้เรียนตามลักษณะที่ถูกต้อง อาทิเช่น การแต่งตัว  การควบคุมความประพฤติ  เป็นต้น ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ทางโรงเรียนเน้นให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนนำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น การรู้จักใช้จ่ายให้เหมาะสมกับเงินของตัวเอง  การรู้จักนำสิ่งของที่ใช้แล้วมาเพิ่มมูลค่า ตัวอย่างเช่น การนำขยะไปขายให้กับธนาคารโรงเรียน

                   สภาพปัจจุบันและปัญหาของข้าพเจ้าในขณะนี้ คือ ภาคเรียนที่ 1 ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  ซึ่งชั้นนี้สำคัญมาก เพราะจะได้นำความรู้ไปสอบเข้าสถาบันการศึกษาต่างๆ ในการเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  จึงต้องมีความขยันมากขึ้นเป็นเท่าตัว ต้องสนใจการเรียนมากขึ้น แต่ปัจจุบันข้าพเจ้า ติดคอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือนิยาย ดูหนัง และซีรี่ย์เกาหลี ทุกคืน จนทำให้ละเลยด้านการเรียนและบางครั้งก็ไม่ได้ทำการบ้านเพราะติดสื่อพวกนี้

     

    สภาพปัจจุบันและปัญหาของข้าพเจ้า

    ลำดับที่

    สภาพปัจจุบัน/ปัญหา

    ลำดับความสำคัญ

    1

    นอนดึก

    2

    2

    ได้คะแนนภาษาอังกฤษน้อย

    3

    3

    ดูโทรทัศน์มากเกินไป

    1

    4

    ผมไม่ถูกระเบียบ

    6

    5

    ไม่ชอบอ่านหนังสือ

    4

    6

    ชอบคุยกับเพื่อนเวลาครูสอน

    7

    7

    เก็บของไม่เป็นระเบียบ

    8

    8

    ทำงานไม่เป็นระเบียบ

    10

    9

    ไม่ประหยัดอดออม

    9

    10

    แบ่งเวลาไม่ถูก

    5

     

    2.  วัตถุประสงค์        

    1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น

    2. เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ดีขึ้น เช่น  การแต่งกาย  ทรงผม กิริยามารยาท ฯลฯ

    3. เพื่อน้อมนำหลักปรัชญาและแนวคิดด้านเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

    4. เพื่อให้เรียนอย่างมีความสุข

    5. เพื่อนำวิชาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

     

    บทที่ 2

    ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษา

     

    1.การพัฒนาการเรียน

    ในการเรียนให้เก่งนั้น ต้องหมั่นฝึกฝน อดทนและขยันอยู่เสมอ ซึ่งขั้นตอนในการปฏิบัติและวางแผนในการเรียนให้เราเรียนเก่งๆนั้น มีขั้นตอนดังนี้

                   1. เตรียมตัวให้พร้อม 

                        เริ่มตั้งแต่การจัดตารางสอน  การเตรียมหนังสือ อุปกรณ์การเรียน  และไปถึงห้องเรียนก่อนเวลา  ควรสำรวจอาคารเรียน  ห้องเรียน ว่าเรียนตึกไหน  อาคารไหน  เพราะหลายคนที่มักจะหาห้องเรียนไม่พบ  ทำให้เสียเวลา  ทำให้ไม่ทราบข้อมูลการเรียนตั้งแต่ต้น  เพราะชั่วโมงแรกสำคัญมาก  จะได้รู้ว่าจะเรียนอย่างไร  ต้องทำงานอะไรบ้าง              

     

                 2.การบริหารเวลา

      การที่เราจะเรียนให้ประสบความสำเร็จและเรียนอย่างมีความสุขนั้นต้องตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา และใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีคุณค่า  อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไร้ประโยชน์  เผลอเดี๋ยวเดียวจะสอบแล้ว  ดังนั้นจึงตระหนักถึงความสำคัญของเวลาและบริหารเวลาให้เป็นวางแผนให้สอดคล้องกับเวลาว่าเมื่อไหร่  จะทำการบ้านวิชาใด  ทบทวนบทเรียน  เตรียมตัวสอบ

     สาเหตุที่เราไม่มีเวลาทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย

    -          มัวเล่น หรือทำกิจกรรมอื่นที่ไม่เกิดประโยชน์ เช่น เล่นเกมส์ ไปเที่ยวเตร่

    -          ดูละครและทำการบ้านไปพร้อมๆกัน

    -          เมื่อได้การบ้านมาแล้วยังไม่ทำ ค้างนานๆ พอถึงเวลาที่ไกล้ส่งจึงเร่งทำ

    -          การแชตพูดคุยเรื่งไร้สาระผ่านทางอินเตอร์เนตเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน

                      3.ให้พัฒนาความรู้สึกที่ดีในวิชาเรียนที่ไม่ชอบถึงแม้จะไม่ถนัดเท่าใด

                      เทคนิคคือเปลี่ยนแนวคิดเรื่องการเรียนที่น่าเบื่อหน่ายมาเป็นงานอดิเรก และลดความกดดันของการเรียน มาเป็นความ เพลิดเพลิน เสมือนว่าเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต และให้แน่ใจว่าการเรียนในแต่ละวิชาเราเข้าใจเรื่องนั้น ๆ ทั้งหมดหรือไม่ เพื่อที่เราจะได้นำความรู้นั้นไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป เช่นในห้องเรียนเราได้จดบันทึกทุก อย่างจากอาจารย์ผู้สอน แต่ขาดความเข้าใจ ก็อาจทำให้เราไม่สามารถจะพัฒนาและตีความได้เวลาที่ไปทบทวน ในการสอบ

                    4.ควรเปลี่ยนแนวการเรียนให้เป็นเชิงรุก  

                    คือ ความพยายามของตนเอง เพื่อตีความในสิ่งที่ตนอ่าน และสรุปประเด็นของเรื่องนั้น ๆ ให้ได้ จากนั้นเชื่อมโยง เนื้อหาวิชาที่เรียนให้เข้ากับโลกภายนอก โดยใส่ความอยากรู้อยากเห็นเข้าไป เพราะความต้องการแบบนั้นจะทำให้ ผู้เรียนถามปัญหาต่าง ๆ ที่สงสัย และจะช่วยเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับชีวิตประจำวันได้ จะทำให้จิตใจของเราเรียนรู้ และเข้าใจวิชานั้นๆ ได้มากขึ้นอีกทั้งควรเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในห้องเรียนให้มากที่สุด กรณีที่เรียนไม่ทันเพื่อน ให้ขอความร่วมมือจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนพยายามติดตามการเรียนให้ทัน

    5.เรียนล่วงหน้า

                   โดยการอ่านบางหัวข้อที่จะเรียนคราวต่อไป ไว้ล่วงหน้า เทคนิคการอ่านแบบง่าย ๆ คือ

    1) การอ่านกวาด คือ มองหาประเด็นสำคัญอย่างรวดเร็ว

    2) การอ่านอย่างคร่าว ๆ คือ การอ่านอย่างรวดเร็ว เพื่อดูว่ามีเนื้อหาสาระ อะไรที่น่าสนใจบ้าง

    3) การอ่านเพื่อการศึกษา คือ การอ่านอย่างช้า ๆ และอ่านซ้ำ เพื่อต้องการที่จะทำความเข้าใจ ในเนื้อหาวิชาที่อ่านอย่างแท้จริง

    4) การอ่านแบบสบาย ๆ เช่นอ่านหนังสือบันเทิงต่าง ๆ เพื่อให้การเรียนและ ความเข้าใจอย่างมีประสิทธิภาพ

     

      6.พยายามทำความเข้าใจให้มากที่สุด ใช้ความจำให้น้อยที่สุด

        หากเราไม่เข้าใจเรื่องที่เรียนเลยเพราะเมื่อครูเริ่มสอน เราก็เริ่มจดตามและไม่ทำความเข้าใจตามไปด้วยนั้นก็จะทำให้เสียเวลามานั่งทบทวนทีหลัง มีหลักในการเรียนดีก็คือตั้งใจฟังครูในห้องเรียนและเมื่อกลับบ้านแล้วต้องทบทวนและอ่านเพิ่มเติม เพราะต้อง "เข้าใจ" ก่อนจึงจะ "จดจำ" ได้

    7.การจดโน้ตย่อ

    จดโน๊ตอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ครูกำลังสอนอยู่นั้น เราควรทำความเข้าใจและหากเข้าใจแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการจดโน้ตย่อ ที่สำคัญเราควรจดให้กระดูกระชับเข้าใจง่ายและควรฟังครูสอนให้เข้าใจเสียก่อนจึงลงมือจด การย่อสิ่งที่จดให้สั้นที่สุด  ใช้คำย่อ  ใช้สัญลักษณ์มาตรฐานแทนคำต่างๆ  อักษรย่อหรือคำย่อของเราเอง  เช่น  กม.  = กฎหมาย, ปป = เปลี่ยนแปลง เป็นต้น

    8.การสอบ

                     หลายคนมักจะคิดว่าเมื่อการสอบสิ้นสุดลงแล้วก้เป็นอันสิ้นสุดสิ่งที่ได้ศึกษามา ก่อนสอบจึงมักจะท่องจำเพื่อจะสอบผ่านมากกว่าที่จะทำความเข้าใจ ความเข้าใจในบทเรียนที่เรียนมานั้นจะมีผลในการดำรงชีพและเป้นผู้รู้อย่างแท้จริง ดังนั้นการสอบเราควรทำความเข้าใจไม่ใช่แค่สอบให้ผ่าน

     

    2.ระเบียบการแต่งกายของสถานศึกษา

    ข้อ1. เครื่องแบบนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                    1.1 เสื้อ

                                    ใช้ผ้าขาวเกลี้ยงไม่บางจนเกินควร ไม่เป็นลายในตัว แบบคอพับในตัวลึกพอสวมศีรษะได้สะดวก สาบตลบเข้าข้างใน มีปกขนาด 10 เซนติเมตร ใช้ผ้าสองชั้นเย็บแบบเข้าถ้ำ แขนยาวเหนือข้อศอกเล็กน้อย ปลายแขนจีบเล็กน้อยประกอบด้วยผ้าสองชั้น กว้าง 3 เซนติเมตร ชายเสื้อดานล่างมีรอยพับไม่เกิน 3 เซนติเมตร ขนาดตัวเสื้อตั้งแต่แขนถึงขอบล่างมีความกว้างพอเหมาะกับตัวไม่รัดเอว ริมขอบล่างด้านข้างขวาติดกระเป๋าขนาดกว้าง 4-9 เซนติเมตร ยาว 7-10 เซนติเมตร ตามส่วนขนาดของเสื้อ ปากกระเป๋าพับเป็นริมกว้างไม่เกิน 2 เซนติเมตร ผูกคอเสื้อด้วยคอซองสีกรมท่า ชายสามเหลี่ยมกว้างตั้งแต่ 5-9 เซนติเมตร ยาว 80-100 เซนติเมตร เงื่อนกะลาสี

                    1.2 กระโปรง

                                    ใช้ผ้าสีกรมท่าหนาพอควร ไม่มีลวดลาย แม้ว่าจะเป็นลายในตัว ด้านหน้าและด้านหลังจับจีบลึกด้านละ 3 จีบ หันจีบออกด้านข้างเย็บจีบจากขอบกระโปรงด้านบนลงประมาณ 6-12 เซนติเมตร เว้นระยะความกว้างตรงกลางพองาม กระโปรงยาวเพียงใต้เข่า เวลานั่งคุกเข่ายาวปิดมิดหัวเข่าให้ชายกระโปรงตกถึงพื้น

                   

    1.3 รองเท้า-ถุงเท้า

                                    ใช้รองเท้าหุ้มส้นและหุ้มปลาย หัวมนมีสายรัดหลังเท้าแบบธรรมดา ไม่มีลวดลายหนังสีดำ ส้นสูงไม่เกิน 3 เซนติเมตร ให้ใช้ประกอบกับถุงเท้าขาว ไม่มีลวดลาย ไม่บางแบบไนล่อน พับปลายถุงเท้าลงมาเสมอตาตุ่มด้านบน

    ข้อ2 เครื่องหมายโรงเรียน

                   

    2.1 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                                    ต้องปักอักษรย่อ ร.น. ที่อกเสื้อด้านขวา ด้วยไม่สีกรมท่า ปักชื่อ-นามสกุล ที่อกเสื้อด้านซ้าย ด้วยไหมสีกรมท่า ให้ปักเครื่องหมายบอกระดับชั้น เหนืออักษรย่อ ร.น.

    ระดับ ม.1,4 ปักจุด=เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ด้วยไหมสีแดง

    ระดับ ม.2,5 ปักจุด=เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ด้วยไหมสีกรมท่า

    ระดับ ม.3,6 ปักจุด=เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ด้วยไหมสีเขียว

     

    หมายเหตุ

                    -การแต่งกายชุดพละศึกษา โรงเรียนอนุญาตให้ใส่เฉพาะวันที่เรียนวิชาพลศึกษาเท่านั้น

                    -การแต่งกายของนักเรียนที่นับถือศาสนาอื่นๆ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน และนักศึกษา(ฉบับที่2)พ.ศ.2540 ข้อ5

                   

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    3.หลักการทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง

    3ห่วง 2 เงื่อนไข : หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

                   ที่สำคัญที่สุด ทุกคนควรเข้าใจ “คำนิยาม” ว่าความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 ห่วง และ 2 เงื่อนไข โดย 3 ห่วง คือ

                   ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

                  ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ

                  การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

                  ส่วน 2 เงื่อนไข คือการตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ประกอบไปด้วย

                   - เงื่อนไขความรู้ หมายถึง ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการ วางแผน และความระมัดระวังในขั้นตอนปฏิบัติ

                     - เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต


    4.การจัดตารางการอ่านหนังสือ

    1. เลือกเวลาที่เหมาะสม
                     เวลาที่เหมาะสมหมายความว่า เวลาที่น้องต้องการจะอ่าน เวลาที่ว่างจากงานอื่น เวลาที่อยากจะอ่านหนังสือ หรือเป็นเวลาที่อ่านแล้วได้เนื้อหามากที่สุด เข้าใจมากที่สุด เวลาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบอ่านตอนเช้าตรู่ บางคนชอบอ่านตอนกลางคืนก่อนนอน บางคนชอบอ่านเวลากลางวัน แล้วแต่การจัดสรรเวลาของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน น้องต้องเลือกดูเวลาที่เหมาะสมของตัวเองนะครับ การจัดเวลาต้องให้ได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง วันนึงถ้าอ่านหนังสือแค่วันละ 2 ชั่วโมงน้อยมาก

    2. วางลำดับวิชาและเนื้อหา
                    ขั้นตอนต่อมา คือ เลือกวิชาที่จะอ่าน มีหลักง่ายๆ คือ เอาวิชาที่ชอบก่อน เพื่อให้เราอ่านได้เยอะๆ และอ่านได้เร็ว ควรเลือกเรื่องที่ชอบอ่านก่อนเป็นอันดับแรก จะได้มีกำลังใจอ่านเนื้อหาอื่นต่อไป ไม่แนะนำวิชาที่ยาก และเนื้อหาที่ไม่ชอบนะครับ เพราะจะทำให้เสียเวลาเปล่า การอ่านหนังสือควรอ่านให้ได้ตามที่เราวางแผนเอาไว้ วิธีการก็คือ List รายการหรือเนื้อหา บทที่จะอ่านให้หมด จากนั้นค่อยเลือกลำดับเนื้อหาว่าจะอ่านเรื่องใดก่อนหลัง แล้วค่อยลงมืออ่าน

    3. ลงมือทำ
                     ยังไง ถ้าไม่มีข้อนี้ก็ไม่มีทางสำเร็จ การลงมือทำคือการลงมืออ่านอย่างจริงจัง อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เหมือนกับที่พี่เคยเขียนไว้ว่า อย่าฝากอนาคตของตัวเองไว้กับความขี้เกียจของวันนี้ บางคนลงมือทำ แต่ไม่จริงจัง ก็ไม่ได้นะครับ ขอให้นึกถึงชาวนาแล้วกัน ถ้าลงมือทำนาเริ่มตั้งแต่หว่าน ไถ แล้วทิ้งค้างไว้แต่ไม่ทำให้สำเร็จ ไม่ดูแลจนกระทั่งเก็บเกี่ยว หรือทิ้งไว้ไม่เก็บเกี่ยว การทำนาก็จะไม่สำเร็จ เราก็จะไม่มีข้าวกิน ดังนั้น ขอให้น้องๆ “ทำอะไร ทำจริง” แล้วกันนะครับ ทำให้ได้จริงๆ

    4. ตรวจสอบผลงาน
                      ผลของการอ่าน ดูได้จากว่า ทำข้อสอบได้หรือไม่ ถ้าอ่านแล้วทำข้อสอบได้ ก็แสดงว่าอ่านรู้เรื่อง อ่านเข้าใจ ได้เนื้อหาจริงๆ แต่ถ้าอ่านแล้วทำข้อสอบไม่ได้ ก็ต้องกลับไปทบทวนใหม่ พี่ขอแนะนำว่า อ่านแล้วต้องจดบันทึกไว้ด้วยนะครับ จะได้รู้ว่า เราอ่านไปถึงไหนแล้ว และอ่านไปได้เนื้อหาอะไรบ้าง การจดบันทึก ก็คือการทำโน้ตย่อนั่นแหละ ทำสรุปไว้เลยว่าอ่านอะไรไปแล้วบ้าง เก็บไว้ให้มากที่สุด จะได้เป็นผลงานของตัวเอง เก็บไว้อ่านเมื่อต้องการ เก็บไว้อ่านตอนใกล้สอบ

    ยังไม่สายเกินไปหากคิดจะเริ่มอย่างจริงจัง อย่าอ่านเพียงแค่ได้เปิดหนังสือ อย่าโกหกตัวเองว่าได้อ่านแล้ว อย่าหลอกตัวเอง อย่าหลอกคนอื่น ความรู้ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ หลอกคนอื่นอาจหลอกได้ หลอกตัวเองไม่ได้แน่นอน คนที่รู้จักเรามากที่สุดก็คือ ตัวเราเองนี่แหละ ตั้งใจทำ ทำเพื่ออนาคตของตัวเองนะ

    5. เพื่อเพิ่มมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลอื่นมากขึ้น

    1.       การบริหารที่ดีต้องเริ่มที่มนุษยสัมพันธ์

    นักบริหาร-หัวหน้างานส่วนมากเข้าใจว่า มนุษยสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกัน เป็นเพียง

    กิจกรรมที่สำคัญส่วนหนึ่งของการบริหาร

    แต่ในหลักความเป็นจริง มนุษยสัมพันธ์คืองานบริหารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคน เงิน วัสดุ สิ่งของ งานผลิต คอมพิวเตอร์และอื่นๆ

                    ข้อมูลหน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีผลอย่างไร ถ้าคนใส่ข้อมูลผิดพลาด?

    2.       แก้ปัญหาคนได้คือยอดนักบริหาร

    นักบริหาร-หัวหน้างาน ไม่ว่าจะทำงานกับคน 2 คน หรือ 1, 000 คนท่านต้องมีวิธีเข้ากับคน

    ให้ได้ ทักษะการบริหารคน จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของนักบริหารมืออาชีพ

    3.       เป็นหัวหน้าคนต้องอดทนและหนักแน่น

    ความเมตตาสงสาร ความเห็นอกเห็นใจความยืดหยุ่น เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของนักบริหาร

    แต่เหนือคุณสมบัติทั้ง 3 ประการ ท่านจักต้องอดทนและหนักแน่น ท่านจะหนักแน่นได้

    ท่านต้องมีวุฒิภาวะ หรือความเป็นผู้ใหญ่ ทั้งในด้านความคิด การกระทำและคำพูด

     

    4. อย่าปฏิเสธหรือช่วยเหลือโดยไม่ให้เหตุผล

    หากลูกน้องขอความช่วยเหลือจากท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็ตาม แสดง

    ว่า ท่านมีมนุษยสัมพันธ์แล้ว แต่อย่าให้หรือปฏิเสธ โดยไม่ชี้แจงเหตุผลของท่านเป็นอันขาด

    5. การลงโทษทางวินัยมิใช่เครื่องมือปรับปรุงงานเสมอไป

                    นักบริหารพึงจดจำว่า “การลงโทษเป็นการให้โทษมากกว่าให้คุณและสร้างความไม่พึงพอใจ” 

    เพราะฉะนั้น การลงโทษจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น ท่านต้องพูดจาให้โอกาส และให้เวลาเขาก่อน

    6. คำชมแม้คำเดียว ดีกว่าไม่ได้ชมเสียเลย

                    คำชมแม้คำเดียว เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา ทำไมท่านถึงกล่าวยกย่องเขาในงานเลี้ยงลาเกษียณอายุ ทำไมไม่ชมเมื่อเขาอยู่กับท่าน

                    ฝรั่งว่า “คำชมแม้คำเดียว เป็นคำที่สะอาดที่สุด ถูกที่สุด แต่เป็นเครื่องมือการบริหารที่ดีที่สุด” A WORD OF PRAISE IS THE FINEST, THE CHEAPEST, BUT THE BEST TOOL OF MANAGEMENT.

    7. หยุดนับหนึ่งถึงร้อย

                    การหยุดนับหนึ่งถึงร้อย จะมีค่าต่อตัวท่านหาที่สุดมิได้ และป้องกันท่านมิให้กระทำบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งท่านจะเสียใจภายหลังได้ เพราะในระหว่างที่นับหนึ่งนั้น ท่านอาจคิดหาทางออกที่ดีได้เสมอ

    8. อย่าสัญญาในสิ่งที่ท่านทำไม่ได้เป็นอันขาด

                    การให้คำมั่นสัญญาว่า จะเลื่อนตำแหน่งให้ จะปรับเงินเดือนพิเศษให้ ฯลฯ หากทำไม่ได้ นอกจากงานจะเสียแล้ว เขายังจดจำไปชั่วนิรันดร์อีกด้วย

    9. อย่าซื้อแต่ตัวให้ซื้อหัวใจด้วย

                    ท่านอย่าคิดว่า ท่านมีเงิน มีอำนาจ จะซื้ออะไรก็ได้ แต่มีอยู่ 3 สิ่งที่ท่านซื้อมันไม่ได้

    1.       ความกระตือรือร้น

    2.       ความคิดริเริ่ม

    3.       ความภักดี

    แต่สามสิ่งนี้ ไม่ต้องซื้อ หากท่านเป็นนักบริหารที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเลิศ

    10. อย่าลืมพัฒนาคน

                    การบริหาร มิได้หมายถึง เฉพาะการสั่งงานและการควบคุมงานเท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาคนด้วย และเป็นบันไดในการสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งอีกต่างหาก

    11. อย่าให้ความสำคัญกับลุกน้องบางคนจนเกินงาน

                    การให้ความสำคัญกับลูกน้องคนหนึ่งคนใดมากจนเกินไปท่านจะต้องทำงานหนักมากขึ้น

    12. งานนี้ไม่มีใครทำแทนท่านได้

                    มีงานอยู่ร้อยแปดพันเก้า ที่ท่านสามารถมอบหมายให้คนอื่นทำแทนท่านได้ แต่มีสิ่งเดียวที่ให้คนอื่นทำแทนไม่ได้นั่นคือ....”มนุษยสัมพันธ์” ท่านต้องสร้าง สั่งสมและส่งเสริมด้วยตัวท่านเอง

    6.โครงการพัฒนาตนเอง

     1.สภาพปัจจุบันและปัญหา

    สภาพปัจจุบันและปัญหาของข้าพเจ้า

                  ข้าพเจ้าเป็นคนขี้เกียจทำการบ้าน อ่านหนังสือและทบทวนบทเรียน การเตรียมตัวเรียนก่อนที่ครูจะเข้าสอนข้าพเจ้ายังไม่มีความพร้อมมากนัก เมื่อข้าพเจ้ากลับถึงบ้านข้าพเจ้ามักจะเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ การดูโทรทัศน์จึงทำให้เสียเวลาที่ควรทบทวนการบ้านและบทเรียนต่างๆ ไปมากซึ่งไม่ทำให้ศักยภาพในการเรียนของข้าพเจ้าดีขึ้นเลย ที่ผ่านมาข้าพเจ้าจึงมีผลการเรียนไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีนัก

    ลำดับที่

    สภาพปัจจุบัน/ปัญหา

    ลำดับความสำคัญ

    1

    นอนดึก

    2

    2

    ได้คะแนนภาษาอังกฤษน้อย

    3

    3

    ดูโทรทัศน์มากเกินไป

    1

    4

    ผมไม่ถูกระเบียบ

    6

    5

    ไม่ชอบอ่านหนังสือ

    4

    6

    ชอบคุยกับเพื่อนเวลาครูสอน

    7

    7

    เก็บของไม่เป็นระเบียบ

    8

    8

    ทำงานไม่เป็นระเบียบ

    10

    9

    ไม่ประหยัดอดออม

    9

    10

    แบ่งเวลาไม่ถูก

    5

     

    2.ชื่อโครงการ พัฒนาวิชาภาอังกฤษ

    3. หลักการและเหตุผล

                ความขี้เกียจเป็นบ่อเกิดของปัญหาทั้งปวง เช่น ขี้เกียจทำการบ้าน ขี้เกียจทำงานส่งครู ส่วนความขยัน เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรามีการทำงานที่เป็นระเบียบส่งทันเวลา ทำอะไรก็สำเร็จ

                 เราทุกคนมีความขี้เกียจอยู่ในตัวทั้งนั้น สุดแท้แต่จะขี้เกียจเรื่องอะไรความขี้เกียจของหลายๆคน อาจเกิดมาจาก ความเบื่อหน่าย ความเหนื่อย หรือลองทำแล้วทำไม่ได้เลยไม่ทำมันเลย จึงทำให้บางครั้งเราส่งงานไม่ทัน ไม่ได้ทำงานที่ครูมอบหมายไว้ ทำให้ผลการเรียนตกต่ำลง หากปล่อยให้เป็ฯแบบนี้ต่อไป อนาคตข้างหน้าเราอาจจะลำบากได้ เนื่องจากสะสมความขี้เกียจไว้ในตัว

    4.จุดประสงค์

                  4. 1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น

                  4. 2. เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ดีขึ้น เช่น  การแต่งกาย  ทรงผม กิริยามารยาท ฯลฯ

                  4. 3.เพื่อความมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์           

                  4. 4.เพื่อฝึกฝนตนเองให้เป็นคนขยันขึ้น

                  4. 5. เพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

                  5.เป้าหมาย

                    5.1ด้านปริมาณ

                       5.1.1 พัฒนาผลสำฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น 15 %

                       5.1.2 พัฒนาความมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ ให้สูงขึ้น 10 %

                       5.1.3 พัฒนาการแต่งกายให้ถูกระเบียบ พัฒนาความประพฤติให้สูงขึ้น 10 %

                       5.1.4 พัฒนาการแต่งกาย และทรงผมให้สูงขึ้น 10 %

                    5.2 ด้านคุณภาพ

                       5.2.1 ผลการเรียนปี 2551 เป็นที่พอใจของตนเองและครอบครัว

                       5.2.2 มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์มากขึ้น

                       5.2.3 มีความประพฤติที่ดีขึ้น

                       5.2.4 การแต่งกายและทรงผมถูกกฎระเบียบของโรงเรียน

                  6.สถานที่ดำเนินการ

                    6.1 บ้านของผู้จัดทำ บ้านเลขที่ 237 หมู่ 2 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี 41220

                    6.2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ถ.ศรีสุข ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000

                  7.ระยะเวลาดำเนินการ

                    ระยะเวลาเริ่มต้นโครงการตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม พุทธศักราช 2551 ถึงวาระสิ้นสุดโครงการ วันที่ 30 มกราคม พุทธศักราช 2552

                  8. วิธีดำเนินการ

                    8.1 ขั้นเตรียมการ

                     8.1.1 สำรวจปัญหาของตนเองและจัดลำดับความสำคัญ

                      8.1.2 เขียนโครงการเสนออาจารย์ผู้สอน

                      8.1.3 ร่างแผนการพัฒนาตนเอง

                        8.2 ขั้นดำเนินการ

                       เมื่อได้ปัญหาที่สำคัญที่สุดมา ก็มาหาเหตุผลว่าปัญหานั้นเกิดจากอะไร ซึ่งปัญหาของข้าพเจ้าก็คือ การนอนไม่เพียงพอ ทำให้มาสาย หลับในห้องเรียน ส่งผลกระทบต่อผลการเรียนของตนเอง ซึ่งสาเหตุ เกิดจาก การติดคอมพิวเตอร์ นิยาย หนัง ซีรี่ย์เกาหลีญี่ปุ่น ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้พยายามปรับปรุงแก้ไขตนเอง โดยการจัดตารางการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เพื่อให้เวลาเหมาะสม และมีเวลาได้ทบทวนบทเรียน

                    8.3 ขั้นประเมิณผล

                       8.3.1 ออกแบบสัมภาษ์ณ์และนำไปสัมภาษณ์ผู้ใกล้ชิดจำนวน 5 คนที่บ้าน และ 15 คนที่โรงเรียน

     8.3.2 เขียนโครงการเสนอ

                  9.งบประมาณที่ใช้

                    สมุด 1 เล่ม             ปากกา 2 ด้าม                   ไม้บรรทัด 1 อัน

                    กระดาษ 45 แผ่น    หมึกสี                               อุปกรณ์เย็บเล่ม 1 ชุด

                  10. ผู้รับผิดชอบโครงงาน

                   นางสาวเสาวณีย์  ทองใส ชั้น ม.3/1 เลขที่ 51

                  11. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

                    11.1 ผลสำฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

                    11.2 เป็นคนมีคุณธรรม จริยธรรม มารยาท และมีค่านิยมอันพึงประสงค์

                    11.3 มีจิตสำนึกที่ดี มีความประพฤติที่ดีขึ้น

                    11.4 แต่งกายถูกระเบียบของโรงเรียน เป็นที่พึงพอใจของตนเองและบุคคลรอบข้าง

                    11.5 มีความขยันหมั่นเพียร ใฝ่รู้ใฝ่เรียน

     

                                                                           ลงชื่อ........................................................... ผู้นำเสนอโครงการ

                                                                                         ( นางสาวเสาวณีย์ ทองใส ชั้น ม.3/1 เลขที่ 51 )

     

                       ลงชื่อ..................................................................ผู้อนุมัติโครงการ

                                                                                                 ( นาง ปิยะฉัตร   ขาวแก้ว  ครูผู้สอนรายวิชา ส31101 )

     

     

     

     

    บทที่ 3

    วิธีดำเนินการ

    1. การพัฒนาการเรียน

    - ศึกษาหลักการเรียน

    ตารางเรียนชั้น ม.3/1 ห้องเรียนประจำ 5301 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ

    คาบที่

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    เวลา

    08.30- 09.30

    09.30 10.30

    10.30- 11.30

    11.30- 12.30

    12.30- 13.30

    13.30- 14.30

    14.30- 15.30

    จันทร์

    ว33101

    3401

    ศ33101

     

     

     

     

    พักเที่ยง

    ง33101

    5202

    เนตรนารี

    อังคาร

    ท33101

    5308

    ค33101

    4308

    พ33101

    สนาม 2

    ง33101

    5202

    พ33101

    สนาม 3

    อ33101

    2302

    พุธ

    อ33101

    5303

    ท33101

    5303

    ค33101

    4301

    ว33101

    3401

    ส33101

    1205

    กิจกรรม

    คณิต

    พฤหัสบดี

    เลือกเสรี คณิต

    4207

    ส33101

    1205

    อ33101

    2103

    ค33101

    4308

    ท33101

    4308

    ศุกร์

    แนะแนว

    5304

    อ33101

    5304

    พ33101

    ศรีพิกุล 4

    ค33101

    4301

    ส33102

    1205

    ส33101

    1205

     

    ตารางอ่านหนังสือ

    วัน

    รายการ

    จันทร์

    อ่านวิชา คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ

    อังคาร

    อ่านวิชา วิทยาศาสตร์ และ ภาษาไทย

    พุธ

    อ่านวิชา สังคม และ วิทยาศาสตร์

    พฤหัสบดี

    อ่านวิชา ภาษาไทย และ อังกฤษ

    ศุกร์

    อ่านวิชา สังคม และ คณิตศาสตร์

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ตารางเวลากิจวัตรประจำวัน

     

    เวลานาฬิกา

    รายการ

    6.00

    ตื่นนอน

    6.10

    อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน   แต่งตัว

    6.40

    ทานอาหารเช้า

    7.40

    ไปโรงเรียน

    8.00

    เข้าแถว

    8.30

    เรียนภาคเช้า

    11.30

    ทานอาหารกลางวัน

    12.30

    เรียนภาคบ่าย

    15.30

    โรงเรียนเลิก

    16.00

    เรียนพิเศษ

    17.00

    เลิกเรียน เรียนพิเศษ

    17.30

    กลับจากที่เรียนพิเศษ

    18.00

    อาบน้ำ  รับประทานอาหาร

    19.00

    ทำการบ้านทบทวนบทเรียน

    21.00

    ดูทีวี/เล่นอินเตอร์เน็ต

    22.00

    เข้านอน

     

     

    วางแผนการเรียน

                    การที่จะเรียนเก่งได้นั้นย่อมต้องมีการวางแผนในการเรียน  ดังนี้

            1.ศึกษากิจวัตรประจำวันของตนเองโดยละเอียด
             2.วางแผนการเรียนล่วงหน้าไว้ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้มองเห็นว่ามีอะไรที่จะต้องทำให้อนาคตบ้าง
             3.ตัดสินใจว่าจะใช้เวลาดูหนังสือและทบทวนบทเรียนสัปดาห์ละกี่ชั่วโมง สาระสำคัญของบทเรียนให้ทบทวนตอนเช้าเราเพราะสมองกำลังปลอดโปร่ง
             4.แต่ละสัปดาห์ มีการวางแผนการเรียน การทบทวนบทเรียนเฉพาะสัปดาห์นั้นๆ

     

     

    2. ระเบียบการแต่งกายของสถานศึกษา

    - ศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์

    คุณลักษณะของผู้เรียนอันพึงประสงค์   มีดังนี้

         1. ด้านจิตใจและสังคม     - มีวินัย  รับผิดชอบ  ซื้อสัตย์  เสียสละ  อดทน

                                                  - ร่วมมือกับผู้อื่นได้  มีประชาธิปไตย

                                                  - มีเอกลักษณ์ไทย

                                                  - รักษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อม

         2. ด้านสติปัญญา              - คิดเป็นระบบ

                                                  - ใฝ่เรียนรู้  และแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง

                                                  - มีความรู้และทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี

                                                  - มีทักษะการใช้ภาษา

                                                  - รักษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อม

                                                  - มีทักษะการจัดการ

         3. ด้านสุขภาพพลานามัย  - ร่าเริงแจ่มใส

                                                  - เติบโตสมวัย

                                                  - รักการออกกำลังกาย

                                                  - ปอดภัยจากสารเสพติดและโรคเอดส์

         4. ด้านอาชีพ                    -  มีทักษะและรู้จักพัฒนาอาชีพท้องถิ่น

                                                  - มีทักษะอาชีพสมัยใหม่

                                                  - เห็นช่องทางประกอบอาชีพ

                                                  - มีจรรยาบรรณในอาชีพ

    - สำรวจตนเองว่ามีข้อบกพร่องในด้านใดบ้าง

    สิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร/ ข้อบกพร่อง  (ยกเว้น ด้านอาชีพ)  มีดังนี้

         1. เติบโตสมวัย

         2. ใฝ่เรียนรู้  และแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง

         3. คิดเป็นระบบ

         4. รักษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อม

         5. มีทักษะการจัดการ

         6. ยังมีเอกลักษณ์ไทยเท่าที่ควร

     

    -          วางแผนการพัฒนาตนเอง

    ด้านคุณลักษณะ หรือสิ่งที่พึงมี พึงปฏิบัติ  ที่ตนเองนั้นถือปฏิบัติมาดีอยู่แล้วให้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และแก้ไขข้อบกพร่อง

         1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  กินอาหารให้ครบ  5 หมู่  พักผ่อนให้เพียงพอ

         2. ขยันอ่านและสนใจสิ่งรอบข้าง

         3. ฝึกทักษะกระบวนการคิดบ่อยๆ

         4. ทิ้งขยะลงถังขยะทุกครั้ง  ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

         5. อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    - ดำเนินการตามแผนพัฒนาตนที่วางไว้

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    บทที่ 5

    สรุปผลและข้อเสนอแนะ

    วัตถุประสงค์

                  1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น

                  2. เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ดีขึ้น เช่น  การแต่งกาย  ทรงผม กิริยามารยาท ฯลฯ

                  3.เพื่อความมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์        

                  4.เพื่อฝึกฝนตนเองให้เป็นคนขยันขึ้น

                  5. เพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

                

                    เนื่องจากวัตถุประสงค์ที่ข้าพเจ้าตั้งไว้ ทำให้ข้าพเจ้าต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่ดีต่างๆ ของตนเอง เพื่อที่จะได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

     

                 1.ด้านการเรียน จากการจัดทำโครงการ พัฒนาศักยภาพชีวิต ซึ่งก่อนที่จะจัดทำโครงการนี้ ข้าพเจ้ามีปัญหาเรื่องการ ติดสื่อต่าง ๆ คือ เกมส์คอมพิวเตอร์ หนังสือนวนิยาย  หนังและซีรี่ย์เกาหลีญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ข้าพเจ้า นอนดึก ตื่นสาย ไปโรงเรียนไม่ทัน หลับในห้องเรียน ไม่สนใจการเรียนไม่มีเวลาทำการบ้าน ทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจสิ่งที่ เรียน เวลาสอบเก็บคะแนน ก็ได้คะแนนน้อย แต่หลังจากที่ข้าพเจ้าจัดทำโครงการและปฏิบัติตามแผนพัฒนาตนเองของโครงการนี้  ทำให้ข้าพเจ้าได้ทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ว่าเราเสียเวลากับสิ่งไร้สาระมามากมาย จึงได้เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่ ตามแผนการพัฒนาตนเองของโครงการที่ทำไว้  ทำให้ข้าพเจ้ามีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ไปโรงเรียนทัน ไม่หลับในห้องเรียน สนใจการเรียนมากขึ้น ส่งการบ้านบ่อยขึ้น เรียนรู้เรื่อง เข้าใจในสิ่งที่เรียน เวลาสอบเก็บคะแนนก็ได้คะแนนสูงขึ้นเรื่อย ซึ่งเป็นที่พอใจของข้าพเจ้าเองและบุคคลรอบข้างไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือเพื่อน

                  2.ด้านคุณลักษณะ  ตอนที่ข้าพเจ้าศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 2 จนเข้าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ข้าพเจ้ามีทรงผมที่ผิดระเบียบ คือผมซอย และแต่งกายไม่เรียบร้อย ทำให้เวลาประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ข้าพเจ้ามักโดนอาจารย์ที่ประเมินผล ตำหนิบ่อยครั้ง แต่พออาจารย์สั่งให้ข้าพเจ้าจัดทำโครงการนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้กลับมาดูตนเองแล้วคิดว่า การที่เราซอยผม แต่งกายไม่ถูกระเบียบ มีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม แล้วเราต้องมาคอยหลบอาจารย์ฝ่ายปกครองคนโน้นที คนนี้ที ซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวเราเอง และอาจารย์ที่ต้องมาคอยเตือนเรา ซึ่งมันเสียเวลากันทั้งสองฝ่าย อีกทั้งการประพฤติตัวเช่นนี้ ก็ไม่ได้มีผลดีอะไรกับเราเลยมีแต่ผลเสีย เพราะเราต้องมาคอยวิ่งหลบอาจารย์ทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง ใจไม่จดจ่อกับการเรียน ทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง แต่หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง ก็คือ การปล่อยให้ผมยาว แล้วตัดตรงเป็นทรงนักเรียน แม้จะใช้เวลานานกว่าจะกลับเป็นทรงเดิมได้ แต่ข้าพเจ้าก็ได้รับคำชมจากอาจารย์ว่าทรงผมและการแต่งกายดีขึ้น ทำให้เป็นที่พึงพอใจของตนเอง และบุคคลรอบข้าง

                  3การนำเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน  ก่อนเริ่มทำโครงการ ข้าพเจ้า ซึ่งได้รับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจากแม่เป็นรายเดือน ซึ่งก็มีปัญหาคือพอถึงสิ้นเดือนเงินที่ได้รับเป็นรายเดือนก็จะหมด ทำให้ข้าพเจ้าต้องยืมเพื่อนอยู่บ่อย สาเหตุเกิดจากการที่ข้าพเจ้าใช้จ่ายเกินตัว ไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลัง คิดว่าหมดแล้วก็ขอใหม่ได้ ทำให้ข้าพเจ้าโดนแม่ติเตือนบ่อยๆ แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ศึกษาหลักการเศรษฐกิจพอเพียงจาการทำโครงการนี้ ทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ และได้เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเอง  เวลาจะซื้ออะไรก็จะคิดก่อนซื้อก่อนทุกครั้ง ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ทำให้ข้าพเจ้าได้รับคำชมจากแม่ว่าเดี๋ยวนี้ใช้เงินประหยัดขึ้น ซึ่งเป็นที่พอใจของข้าพเจ้าและครอบครัว

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    บทที่ 4

    ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

                 

                  จากแต่ก่อน ข้าพเจ้ามีคุณลักษณะที่ไม่น่าพึงพอใจเท่าไหร่นัก แต่พอได้จัดทำ โครงการพัฒนาศักยภาพชีวิต ทำให้ข้าพเจ้าได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง ซึ่งเกิดผลดีตามมาคือ ปัญหาเรื่องพฤติกรรมต่างๆ ของข้าพเจ้าก่อนเริ่มทำโครงการ เมื่อให้เพื่อน ๆ ประเมินผลแล้วได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ ดังนี้

    1.       ไม่ดูโทรทัศน์ มากไป 

    2.       ไม่นอนดึก

    3.       ได้คะแนนภาษาอังกฤษมากขึ้น

    4.       ชอบอ่านหนังสือ

    5.       แบ่งเวลาได้

    6.       ทรงผมถูกระเบียบขึ้น

    7.       ไม่คุยกับเพื่อนเวลาครูสอน

    8.       เก็บของเป็นระเบียบมากขึ้น

    9.       รู้จักการใช้จ่าย ประหยัดอดออม

    10.   ทำงานเป็นระเบียบมากขึ้น

                 

                  ซึ่งจากที่ข้าพเจ้าได้จัดทำโครงการก็ทำให้เกิดผลดีกับตัวข้าพเจ้าเองดังที่กล่าวข้างต้นและบุคคลรอบข้างก็พึงพอใจที่ข้าพเจ้าปรับปรุงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ข้อเสนอแนะ

    .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

    .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

    .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

    .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

    .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

     

     

     

     

    บรรณานุกรม

    ดร. เอวิด ไนเวน. 100 วิธีมีความสำเร็จที่แท้จริง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ชานชาล,         

                       ตุลาคม 2546

    อ้อม  ประนอม. คนเก่งรู้จักก้าวหน้า. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์, กรกฎาคม  

                       2549

    ประณม  ถาวรเวช. บุคลิกดี 24 ชั่วโมง. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ใส่ใจ, กรกฎาคม 2549

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ภาคผนวก

     

     

     

     

     

     

     

    ตารางรายรับ-รายจ่าย

    วัน/เดือน/ปี

    รายรับ

    รายจ่าย

    เหลือ

    1/12/2551

    70

    50

    20

    2/12/2551

    70

    45

    25

    3/12/2551

    80

    50

    30

    4/12/2551

    50

    45

    5

    5/12/2551

    100

    60

    40

    6/12/2551

    100

    20

    30

    7/12/2551

    50

    40

    10

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    สรุปผลการประเมิน

    1.ไม่ดูโทรทัศน์ มากไป...................................................................................................................................

    2.ไม่นอนดึก

    ...................................................................................................................................

                    3.ได้คะแนนภาษาอังกฤษมากขึ้น

                    ...................................................................................................................................

    4.       ชอบอ่านหนังสือมากขึ้น ...............................................................................................................................

    5.       รู้จักแบ่งเวลามากขึ้น.............................................................................................................................

    6.       ทรงผมถูกระเบียบขึ้น...............................................................................................................................

    7.       คุยกับเพื่อนน้อยลงเมื่อครูสอน................................................................................................................................

    8.       เก็บของเป็นระเบียบมากขึ้น................................................................................................................................

    9.       รู้จักการใช้จ่าย ประหยัดอดออม..................................................................................................................................

    10.   ทำงานเป็นระเบียบมากขึ้น.................................................................................................................................

     

    งานนี้ เพื่อนๆ 3/1 ทุกคนเหนื่อยมาก ตอนแรกทุกคนเซ็งครูสุดๆๆๆเลยแบว่าครูอ่ะสั่งแต่ละงานมันยากลาโลกไปเลยนะ Power Point เอย สาระพัดแถมต้องวิเคราะห์อะไรต่อมิอะไร แผนที่ปฏิบัติการส่งสมุด
    ในสมุดต้องมีเนื้อหาดังนี้ๆๆๆๆๆ โอ้ย ฆ่ากันเลย
    แต่ครูก็เป็นครูที่วางแผนการสอนได้สุดยอดเลยนะ ไม่มีใครคนไหน
    ทำได้อย่างครูอีกแล้ว  ยังไงก็ลืมไม่ได้เลยอันนี้
    สำคัญ
    เพชรนรีภัทร 3/1 89 ,,สตรีราชินูทิศ เพื่อนกันตลอดไป
    ไม่ว่าเพื่อนจะไปเรียนต่อที่ ส.ค.ว.อุดรพิทย์ หรือจะไปดอนบอส ไป
    สาธิตไปขอนแก่น หรือว่าGifted ก็ขอให้โชคดีกันทุกคน ส่วนตัวข้าพเจ้าเองก็จะยังอยู่ ณ ที่นี่ ที่แห่งเดิมณความทรงจำของเพื่อนๆๆ ทุกคน รั้ว
    อันร่มเย็นของพวกเรา เสมือนพี่น้องกัน สตรีราชินูทิศ ข้าพเจ้าจะอยู่ ณ ที่เดิม ไม่อยากให้คนเก่งๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนคนใดก็ตามไปที่ อื่นไปสร้าง ชื่อให้กับโรงเรียนข้างนับมากมายหลายรุ่นทั้งๆที่คุณครูผู้เหน็ดเหน็ดเหนื่อยของเราปั้นขึ้นมาอย่างงดงาม เอาละ!
      ข้าพเจ้าจะไม่พล่ามอีกต่อไปล้วนแต่เป็นอนาคตที่เพื่อนเลือกแล้ว ที่คิดว่าดี และเหมาะกับตัวเอง เราก็ไม่ควรพุดอะไร แค่ห่วงใยทุกๆคนส่วนตัวข้าพเจ้าอนาคตอันเลือนลางถูกวางไว้ ณ ที่แห่งใดนั้น ข้าพเจ้าเองยั
    ไม่รุ้แน่ชัดว่า จะเป็นอย่างไร ขี้เกียจยังไงก็ เป็นเหมือนเดิม

    รักเพื่อนทุกคน เพชรนรีภัทร 3/1 89 สตรีราชินูทิศ 
    มิ้นท์





    แจ้ง diary ไม่เหมาะสม


    ดู My.iD ของคนอื่นๆ | ดู Gallery ของคนอื่นๆ | ดู Diary ของคนอื่นๆ | บันทึกเป็น Favorite Diary

    Post your comment : แสดงความคิดเห็น
    ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

    ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
      โพสความเห็นด้วย member Login name Password
      โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์ตัวเลขที่เห็นลงในช่องว่าง

    My.iD Diary | Copyright © 1999-2014 All rights reserved to Dek-D Executive Producers