Unmarried Empire in the beginning
กาลครั้งหนึ่งได้มีเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งอาศัยอยู่ในปราสาท
ปราสาทนั้นมั่งคั่งไปด้วยทรัพย์สินเงินทองและข้าราชบริพารผู้ภักดี
แต่เจ้าหญิงก็ไม่เคยพอพระทัยในสิ่งที่มีอยู่เหล่านั้นเลย จนวันหนึ่ง
พระองค์ได้พบกับเจ้าชายผู้มีสิริโฉมงดงามยิ่ง และตกหลุมรักในครั้งนั้น
ถึงแม้ตัวพระองค์เองจะรักเจ้าชายพระองค์นั้นมากเพียงไร
พระองค์ก็ไม่คิดจะบอกความในใจแก่เจ้าชายเลย
ทั้งสองพระองค์สนิทเป็นสหายรักกันเรื่อยมา
จนกระทั่งทั้งสองพระองค์เริ่มมีความคิดเห็นขัดแย้งกัน
จากเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ มิตรภาพกลายเป็นความบาดหมาง
เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทั้งสองพระองค์มองหน้ากันไม่ติดอีกเลย
ส่วนของเจ้าหญิง พระองค์ไม่คิดจะเป็นศัตรูแก่เจ้าชายผู้เป็นที่รักเลย
แต่พระองค์ยังคงเฝ้ารอ รอถึงวันเวลาแสนงดงามถึงมิอาจจะกลับคืน พระองค์ยังคงรอ..
กาลเวลาผ่านพ้นไป การเฝ้ารอของพระองค์ยิ่งทำให้ตัวพระองค์เองขมขื่นมากยิ่งขึ้น
ในที่สุดพระองค์ไม่อาจต้านทานความทุกข์ระทมที่ทับทวีขึ้นได้ และหนีออกไป
พระองค์ยังคงหนีไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายและไม่คิดจะหวนกลับ
เมื่อตัวพระองค์เริ่มอ่อนล้าและหมดแรง ในขณะที่พระองค์ล้มลงนั้น
ได้มีเสียงหนึ่งพูดกับพระองค์ว่า ท่านจะไปที่ใดรึ?
พระองค์ได้ตอบกลับไปอย่างลังเลว่า ข้าก็ไม่รู้หรอกท่าน
เสียงนั้นยังคงถามต่อไปว่า ถ้าท่านไม่รู้ว่าจะไปที่ใด แล้วท่านออกเดินทางมาทำไม?
พระองค์ทรงนิ่งเงียบไปขณะหนึ่งและตอบไปว่า ข้าก็ไม่รู้หรอกท่าน แต่ข้าไม่มีที่ให้กลับไป
เสียงนั้นได้ถามกลับเกือบจะทันทีว่า ถ้าอย่างนั้นตัวท่านก็กำลังหนีอยู่นะสิ?
พระองค์รู้สึกเจ็บปวดต่อคำถามที่เกิดขึ้น พร้อมกับปฏิเสธออกไปว่า ข้าไม่ได้หนี เพียงแต่ข้าไม่มีที่ไป
เสียงนั้นตอบกลับว่า งั้นรึ ก็แสดงว่าข้ากำลังเข้าใจผิด แต่ถ้าข้าเข้าใจผิดแล้วท่านจะเร่รอนต่อไปทำไมเล่า? ถ้าท่านไม่สามารถให้คำตอบแก่คำถามของตนเองได้ แล้วท่านจะให้คำตอบแก่ใครได้
พระองค์ทรงรู้สึกอ้ำอึ่งและสับสนยิ่งพร้อมกับที่เสียงนั้นพูดต่อไปว่า ข้าเองไม่สามารถรับรู้ได้หรอกว่าตัวท่านต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายอะไรมาบ้าง แต่การที่ท่านเร่รอนไปอย่างไร้จุดหมายแบบนี้จะไม่ทำให้ตัวท่านบอบช้ำมากขึ้นหรอกรึ?
พระองค์ทรงรู้สึกถึงน้ำที่ไหลออกมาจากนัยน์ตาและตอบกลับไปว่า แล้วท่านจะให้ข้าทำยังไง ตัวข้าไม่สามารถกลับไปที่นั้นได้อีกแล้ว
เสียงนั้นได้ตอบกลับมาอย่างราบเรียบว่า สิ่งนั้นตัวท่านต้องค้นหาเอาเอง เพราะข้าไม่สามารถจะตอบแทนท่านได้ ข้าได้ทำหน้าที่ของข้าเสร็จแล้ว ลาก่อน
พระองค์ยังคงงงงวยอยู่กับคำพูดของเสียงนั้น พร้อมกับที่พระองค์ลืมตาและยันตัวลุกขึ้นยืน
พระองค์พยายามมองหาที่มาของเสียงนั้น แต่พระองค์ก็ไม่พบใคร
พระองค์จึงออกเดินทางต่อ การเดินทางของพระองค์ในครั้งนี้
ไม่ใช่การคิดหนีของตัวพระองค์เองอีกต่อไป
แต่พระองค์รู้สึกอยากจะหาคำตอบให้คำถามของเสียงปริศนานั้น
จนพระองค์เดินทางไปพบกับพื้นดินอันเหมาะสมแก่การเพาะปลูกและอยู่อาศัย
พระองค์จึงก่อตั้งราชอาณาจักรของพระองค์ขึ้น และสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์
ราชอาณาจักรที่ยินดีตอนรับบุคคลทุกผู้ทุกนามให้เข้ามาพักผ่อนและหลบภัย
ราชอาณาจักรที่บุคคลผู้บอบช้ำจะได้รับการดูแลและปลอบโยน
...ราชอาณาจักรคานทองนิเวศน์...
|